Saturday, August 10, 2013

นักเรียนโปรด ทราบ และกรุณาบอกต่อ

Chers , R นักเรียน 4/7 5/7 และ 6/7 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ที่รักทุกคน งานที่ต้องส่ง ภาค 1/56 คือ 1.รายงานตัว ส่งมาทาง mail หรือส่งใน A4 กรณีส่งmail ไม่ได้ 2. สรุปวันแม่ ไทย และ fete des meres ของฝรั่งเศส เหมือนหรือต่างกันอย่างไร เน้นนะ สรุป หมายถึง อ่านก่อนแล้ว พิจารณาสิ่งที่เหมือน สิ่งที่ต่างกัน ส่งมาทาง mail หรือส่งใน A4 กรณีส่งmail ไม่ได้ คนที่ส่งงานแล้วชื่อจะขึ้น web เป็นระยะ ตรวจสอบกันเองนะคะ P.S. ได้ทราบข่าวว่า นักเรียนเข้าเรียน ตั้งใจเรียน ร่วมกิจกรรม ทำงานส่งทุกระดับชั้น แต่ยังคงมี นักเรียนที่ยังไม่ทราบว่า ต้องทำอะไร ปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะเป็นนักเรียนที่ประสบผลสำเร็จสำเร็จในการเรียนภาษาฝรั่งเศสทั้ง 2 วิชา ภาษาฝรั่งเศส และ เรียนสืบค้นผ่านสื่อinternet ดังนั้นจึงขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ ว่า ต้องขึ้นเรียน รักษามารยาทในการเข้าเรียน ร่วมกิจกรรม ส่งงาน แล้วทุกคนจะสอบผ่านได้เกรดสวย ๆนำไปอวดผู้ปกครอง และนำความภาคภูมิใจมาสู่ตนเอง ขอบอก ว่าไม่ยากเลย เชื่อมาดามนะแล้วจะโชคดีทุกคน

Fete des Meres

Fête des Mères และ วันแม่ไทย R อ่านแล้วสรุป Date de la Fête des Mères 2013 Cette année, la Fête des Mères a lieu le dimanche 26 mai 2013 en France. Origine de la Fête des Mères En France, la toute première fête des Mères date de 1906 quand Prosper Roche remet à des mères de familles nombreuses un prix de mérite maternel dans le village d'Artas. C'est en 1918 que l'histoire se poursuit lorsque, à Lyon, est organisé la journée des Mères réunissant les mères ayant perdu leurs enfants lors de la Guerre 14-18. Puis, en 1929, on officialise la «journée des mères» qui sera placée sur le calendrier 12 ans plus tard par le Maréchal Pétain sous l'intitulé « fête des Mères ». Une loi sera instituée en 1950 qui en fixe la date au dernier dimanche de mai. Célébration de la Fête des Mères La fête des Mères est une journée spécialement consacrée à nos mamans. L'organisation en est généralement confiée à leurs enfants qui peuvent décider de leur préparer le repas. La complicité du papa leur permet de garder un effet de surprise. On doit aux instituteurs le fameux collier de pâte et autres petits cadeaux fabriqués avec amour par les enfants tout fiers d'offrir ce cadeau. Quand ils grandissent, fleurs, parfum, bijoux remplacent ce présent traditionnel. ประวัติวันแม่ แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ 1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน 2. จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ 3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่ 4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่ การจัดงานวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่ สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ ดอกมะลิ ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย

Thursday, July 18, 2013

รายชื่อส่งงาน

แนะนำตัว Je m'appelle Nattaporn lamai (เชอ มัป-แปล(ล)) [ฉันชื่อ ณัฐพร ลาไม้] Je suis thaïlandaise. (เชอ ซุย ไต-ลอง-แด๊ซ(เซอ)) [ฉันเป็นคนไทย] Je suis née le 21 avril1999. (เชอ ซุย เน่ เลอ ดิซ อ๊อก-ตอบ(เบรอ) มิล เนิฟ ซอง กั๊ต(เทรอ) แวง-ดู๊ซ) [ฉันเกิดวันที่ 21 เมษายน2540] J'ai Zeize ans. ([เชแซซ เซ่ะ] ) [ฉันมีอายุ 16 ปี] - Il y a Cinq personnes dans ma famille. (อิล ลิ ยา กั๊ต(เทรอ) แปร์-ซอน(เนอ) ดอง มา ฟา-มี(เยอ)) [มี 5 คน ในครอบครัวของฉัน] - Je suis élève en seconde à l'écoleThammasatkhlongluangwittayakom. (เชอ ซุย เอ-แล๊ฟ(เวรอ) ออง เซอ-กง(เดอ) อะ เล-กอล(เลอ)ธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม [ฉันเป็นนักเรียนชั้น ม.4 อยู่ที่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม] Bonjour! Je m'appelle Kanyarat rerkdee Je suis en M. 4/7 No: 23 Bonjour Je m'apelle Kittiya Seangsang Je suis née le 18 Juin 1997 J'ai 16 ans Bonjour Je m’appelle: Sarunpron Pomruk Classe: 4/7 No: 33 J’ ai 15 ans Je suis Thailandaise J’ habite à Pathumtani Je viens ds Pathumtani J’ aime sortir Bonjour Je m’appelle: Yada Polterm Classe: 4/7 J’ ai 15 ans Je suis Thailandaise J’ habite à Pathumtani Je viens ds Pathumtani J’ aime sortir Bonjour Je m’appelle: Thanakorn Deesri Classe: 4/7 J’ ai 15 ans Je suis Thailandaise J’ habite à Pathumtani Je viens ds Pathumtani J’ aime sortir Bonjour Je m’appelle: kiddanai sommut Classe: 4/7 No : 12 J’ ai 15 ans Je suis Thailandaise J’ habite à Pathumtani Je viens ds Pathumtani J’ aime sortir Bonjour Je m'appelle Julalak Bunjongplean j ' ai 17 ans. classe 6/7 No. 22 Bonjour Je m'appelle Apinya Boonlue J'ai 18 ans. Classe 6/7 No 34 Bonjour Je m ' appelle Thitipon Tunson J' ai 17 ans. classe 6/7 no 23 แนะนำตัว ดิฉันชื่อนางสาวอรพรรณ ทองจันทร์ ชั้นม.6/7 เลขที่ 35 Bonjour! Je m'appelle Siriyaporn simmapap ( ศิริญาพร สิมมาภาพ) Je suis en M. 5/7 No: 44 Bonjour à tous -Je m'appelle Jutamat Jinnarat - Je suis née le 7 Octobre 1998. J'ai 15 ans. -Je suis étudiante. -J'habite à Phathumthani en Thailande. -J'aime le français et l'anglais. -Il y a cinquante quarante-sept ma classe. -Kitsana est ma meilleure amie. -Je vais à l'école en voiture. -J'aime écouter de la musique et j'aime la lecture. Bonjour! Madame Je m'appelle Nattanicha Pinno ( ณัฏฐณิชา พินโน) Je suis en M. 5/7 No: 20 J´ai 16 ans. J'aime le français etl'anglais. ฉันชอบภาษาฝรั่งเศส และอังกฤษ J'habite à Pathumtanee. ฉันอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี Merci ขอบคุณค่ะ Présentation Je m’appelle Benjamas Raksasakdi Je suis thailandaise Je suis née le 27 février 1998 J’ai 15 ans. Je suis élève en seconde à L’école thammasat klongluang wittayakom. Chanoknet est ma meilleure amie. Prénom: Benjamas Nom: Raksasakdi Classe: 4/7 No: 44 Bonjour à tous -Je m'appelle Kitsana Comjumpa - Je suis née le 22 Février 1998. J'ai 15 ans. -Je suis étudiante. -J'habite à Phathumthani en Thailande. -Il y a Cinq personnes dans ma famille. -J'aime le français et l'anglais. -Il y a cinquante quarante-sept ma classe. -Variysara est ma meilleure amie. -Je vais à l'école en voiture. -J'aime aussi la mode et j'aime la lecture. D'histoire personnelle Nom : Panisara Nom de famille de : Seaykatok Âge de : 16 ans. Chaussée : 4/7 Numéro : 22 Date de naissance : 13 Mai 1997 Couleurs préférées : Bleu Plat préféré pour manger : Salade Loisirs : Écoutez de la musique anglaise Bonjour Madame Je m'appelle Kitisak Chareewan. J'ai 15 ans. Je vis aux 53/563 District Klongnueng Préfecture Klongluang Province Pathumthani Je suis étudiant en à l'école Thammasat Klong luang Wittayakom. Je suis étudiant au grade 4/7 no.1 J'aime le français. C'est une langue difficile. J'essaie d'apprendre le français. Bonjour Madame : ) Comment allez-vous? tu vas bien? Je m'appelle Nanthiphak Inyong Nom chan : ) ืAge 16 Class 5/7 No. 7 Merci madame สวัสดีค่ะมาดามรุจิรา แสงกรด ดิฉันนางสาวยุพาัรัตน์ สุขสุวานนท์ เลขที่29ตอนนี้อยู่ชั้นม.6แล้วค่ะ^^ หนูขอโทษด้วยค่ะที่มาแนะนำตัวกับมาดามช้า ความจริงต้องส่งก่อนภายใน31พฤษภาคม2556 เนื่องจากการขึ้นม.6เทอมแรกนี้มีงานมากมายและวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่อย่างเช่นต้องทำรายงานที่กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาต่างๆเชื่อมโยงต่อกัน ทำให้หนูวุ่นวายสับสนในการเคลียร์งานรวมถึงการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยและอิทธิพลจากโซเชียลเน็ตเวิลค์..นิดหน่อย แต่ตอนนี้หนูได้เริ่มจัดเวลาให้เข้าที่จะได้ไม่ค้างงาน ได้อ่านหนังสือเตรียมสอบค่ะ! หนูสัญญาค่ะว่าจะพยายามตั้งใจเรียนและส่งงานทุกวิชาให้ตรงตามเวลาค่ะ ปล.ม.6/7ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วพวกเราช่วยเหลือกันดีไม่มีทะเลาะแต่ก็มีบ้างที่จิกกัดตามประสาวัยรุ่นบ้างนิดหน่อยค่ะ Bonjour มาดาม แนะนำตัว ชื่อนาวาสวกฤติยาภรณ์ ขัดทะจันทร์ ม.6/7 เลขที่ 20 Bonjour ! สวัสดีค่ะ Je suis un Thaïlandais. : ฉันเป็นคนไทย Je Prénom Jirapa. : ฉันชื่อ จิราภา Nom. Srinari : นามสกุล ศรีนารี Classe. : 6/7 No. : 22 J'ai 17 ans. : ฉันอายุ 17 ปี Était de 53. : หนัก 53 H 161. : สูง 161 Je suis étudiante à l' école T.K. : ฉันศึกษาอยู่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม J'habite à Pathumtanee. : ฉันอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี J'aime écouter de la musique. : ฉันรักการฟังเพลง J'aime manger des fruits comme le mangoustan, l'orange. : ฉันชอบกินผลไม้่ เช่น มังคุด,ส้ม Bonjour mesdames. Je m'apelle Areeya Namsrichat Niveau secondaire 6/7 No. 37 Bonjour mesdames. Je m'appelle Benjamat Prommanee Niveau secondaire 6/7 No.26

Saturday, July 13, 2013

นักเรียนทราบหรือไม่ว่า 14 กรกฎาคม สำคัญอย่างไร

วันบาสตีย์ เป็นวันชาติของฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี ในประเทศฝรั่งเศส วันดังกล่าวถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า "งานเฉลิมฉลองแห่งชาติ" (La Fête Nationale) และเรียกโดยทั่วไปว่า "สิบสี่กรกฎา" (le quatorze juillet) วันดังกล่าวเป็นการรำลึกถึงวันหยุดสมาพันรัฐ (Fête de la Fédération) ในปี ค.ศ. 1790 ซึ่งตรงกับวันครบรอบการโจมตีคุกบาสตีย์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 หนึ่งปีพอดี วันครบรอบการบุกโจมตีคุกปราการบาสตีย์ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์การลุกฮือของชาติสมัยใหม่ และการปรองดองชาวฝรั่งเศสด้วยราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ สมัยก่อนสาธารณรัฐที่ 1 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส งานฉลองและพิธีการทางการถูกจัดขึ้นทั่วประเทศฝรั่งเศส การเดินสวนสนามประจำปีที่เก่าแก่ที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปถูกจัดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม บนถนนช็องเซลีเซในปารีส ต่อหน้าประธานาธิบดีฝรั่งเศส ข้ารัฐการและแขกต่างประเทศ การเดินสวนสนามเริ่มจากนักเรียนทหารจากโรงเรียนทหารหลายแห่ง จากนั้นจึงเป็นทหารราบ ทหารยานยนต์ อากาศยานจากปาทรุยเดอฟร็องส์บินอยู่บนท้องฟ้า ในปัจจุบัน ได้กลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะเชิญหน่วยทหารจากประเทศพันธมิตรของฝรั่งเศสร่วมเดินสวนสนามด้วย ในปี ค.ศ. 2004 อันเป็นปีครบรอบหนึ่งร้อยปีความตกลงฉันทไมตรี (Entente Cordiale) ทหารอังกฤษได้นำการเดินสวนสนามวันบาสตีย์เป็นครั้งแรก โดยมีเรดแอโรวส์บินอยู่เหนือศีรษะ ในปี ค.ศ. 2007 กองพลน้อยพลร่มที่ 26 ของเยอรมนีนำหน้าการเดินสวนสนาม ตามด้วยนาวิกโยธินอังกฤษ ในวันนี้ยังเป็นวันที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะให้สัมภาษณ์แก่สื่อ โดยอภิปรายสถานการณ์ของประเทศ เหตุการณ์ปัจจุบันและโครงการในอนาคต แต่นีกอลา ซาร์กอซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนที่ 23 ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ รัฐธรรมนูญแห่งฝรั่งเศส มาตรา 17 ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดี ในการอภัยโทษแก่ผู้กระทำความผิด และตั้งแต่ ค.ศ. 1991 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ใช้อำนาจนี้ ในการอภัยโทษผู้กระทำความผิดเล็กๆ น้อยๆ เช่นผู้กระทำผิดกฎจราจร ในวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี แต่หลังจากปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา อดีตประธานาธิบดีซาร์กอซี ประกาศให้ยกเลิกธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าว การเดินสวนสนามวันบาสตีย์นั้นเป็นการเดินสวนสนามฝรั่งเศสที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในกรุงปารีสนับตั้งแต่ ค.ศ. 1880 ในตอนเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม แต่ก่อนการเดินสวนสนามดังกล่าวจัดขึ้นที่อื่นในหรือใกล้กับกรุงปารีส แต่หลังจากปี ค.ศ. 1918 ได้ย้ายมาจัดที่ถนนช็องเซลีเซ ด้วยการเห็นพ้องอย่างชัดเจนของฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นตัวแทนในการประชุมสันติภาพแวร์ซาย ยกเว้นช่วงที่เยอรมนียึดครองฝรั่งเศสจาก ค.ศ. 1940 ถึง 1944 ขบวนสวนสนามเคลื่อนลงมาตามถนนช็องเซลีเซ จากประตูชัยฝรั่งเศสไปถึงจัตุรัสกงกอร์ด ที่ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส คณะรัฐบาลและเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศฝรั่งเศสยืนอยู่ การเดินสวนสนามวันบาสตีย์ได้รับความนิยมในฝรั่งเศส มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ และเป็นการเดินสวนสนามเป็นปกติที่เก่าแก่ที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ในบางปียังได้มีการเชิญทหารต่างประเทศเข้าร่วมในขบวนสวนสนามและเชิญรัฐบุรุษต่างประเทศเข้าร่วมในฐานะแขก นอกจากนี้ ยังมีการเดินขบวนสวนสนามขนาดเล็กกว่าตามเมืองที่มีกองทหารประจำอยู่ของฝรั่งเศส อันประกอบด้วยทหารในท้องถิ่นนั้น ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/

Friday, June 21, 2013

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเรียนภาษาฝรั่งเศส

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเรียนภาษาฝรั่งเศส




ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนไทยมากอีกภาษาหนึ่ง ทุกคนสามารถเรียนภาษาฝรั่งเศสได้ แต่ถ้าจะเรียนให้ได้ดีนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย คนที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศสให้ได้ดีนั้น ต้องมีความอดทน เพราะไวยากรณ์ภาษาฝรั่งเศสมีความซับซ้อน หากไม่ตั้งใจเรียนก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

เมื่อเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส ต้องรู้ว่า

1. ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มี 2 เพศ นอกจากจะต้องท่องคำศัพท์แล้วจะต้องท่องด้วยว่า คำ ๆ นั้นเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เช่น โต๊ะ = une table เป็นเพศหญิง เพศผิดจะมีผลต่อโครงสร้างประโยคด้วย

2. ภาษาฝรั่งเศสมีการกระจายกริยาตามประธานของประโยค เช่น v.être ที่แปลว่าเป็น อยู่ คือ มีรูปกริยาถึง 6 แบบที่ผันตามประธาน คือ

Je suis……..

tu es………..

il/elle est………….

nous sommes………….

vous êtes…………

ils/elles sont…………….

ประธาน

สรรพนามประธานในภาษาฝรั่งเศสมีทั้งหมด 9 ตัว

โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มบุรุษสรรพนาม



บุรุษที่ 1

Je ฉัน ผม ดิฉัน ฯลฯ แทนบุรุษที่ 1 เอกพจน์

Nous พวกเรา พวกผม พวกดิฉัน ฯลฯ แทนบุรุษที่ 1 พหูพจน์



บุรุษที่ 2

Tu เธอ คุณ เอกพจน์ ใช้กับคนคุ้นเคย คนในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่เกี่ยงเรื่องความแตกต่างของอายุ สนิทกันก็ใช้ได้



Vous บุรุษที่ 2 ตัวนี้มีการใช้ที่หลากหลาย เพราะสามารถหมายถึง

คุณ เอกพจน์ ใช้กับคนไม่คุ้นเคย หรือคนที่ต้องให้เกียรติ

พวกคุณ พหูพจน์ ใช้กับคนไม่คุ้นเคยหรือคนที่ต้องให้เกียรติ

พวกเธอ พหูพจน์ ใช้กับคนคุ้นเคย (พหูพจน์ของ Tu)



บุรุษที่ 3

il/elle เขาผู้ชายและเขาผู้หญิงเอกพจน์ มัน

ils/elles พวกเขาผู้ชายและพวกเขาผู้หญิงพหูพจน์ พวกมัน ถ้ามี

หญิงชายอยู่รวมกันถือเป็นเพศชายพหูพจน์ใช้ ils



นอกจากนี้ยังมี On ซึ่งมีความหมายกว้าง ไม่เจาะจงว่าประธานเป็นกลุ่มใด ส่วนใหญ่จะเหมารวมทั้งคนพูด คนฟังและคนอื่น ๆ ด้วยพร้อม ๆ กัน



เมื่อใช้ประธานตัวใดตัวหนึ่ง จะต้องกระจายกริยาให้ตรงกับประธานตัวนั้น ๆ ดังเช่น



กริยา ETRE



Je suis

Tu es

Il/elle/on est

Nous sommes

Vous êtes

Ils/elles sont



คำนามในภาษาฝรั่งเศสมี เพศและพจน์ คำนำหน้านาม จึงเปลี่ยนไปตามเพศและพจน์ของคำนามนั้น ทั้งเพศและพจน์มีผลต่อการสร้างประโยคมาก

คำนำหน้านาม 3 กลุ่มที่ต้องรู้จักคือ





1. Articles indéfinis คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ

un + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น un garçon

une + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น une fille

des + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des filles

ใช้เมื่อมีการกล่าวถึงคน สัตว์ หรือสิ่งของเป็นครั้งแรก



2. Articles définis คำนำหน้านามชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ

le + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น le garçon

la + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น la Lune

les + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น les filles



จงสังเกต

à+le ð au

à+la ð à la

à+les ð aux de+le ð du

de+la ð de la

de+les ð des



ใช้เมื่อเจาะจงชี้เฉพาะไม่ว่าคนสัตว์หรือสิ่งของ หรืออะไรก็ตามที่มีสิ่งเดียวในโลก เช่น le Soleil, la Lune เป็นต้น



3. Articles partitifs คำนำหน้านามที่ไม่สามารถกำหนดปริมาณได้แน่นอน นิยมใช้กับการกิน การซื้ออาหาร และนามที่เป็นนามธรรม ได้แก่

du + คำนามเพศชาย เช่น du pain

de la + คำนามเพศหญิง เช่น de la patience

de l’ + คำนามเพศชายหรือหญิงขึ้นต้นด้วยสระหรือ H muet เช่น de l’eau , de l’huile

des + นามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des légumes



Articles indéfinis และ articles partitifs จะเปลี่ยนเป็น de เมื่อเป็นประโยคปฏิเสธ เช่น

Nous avons une voiture. ð Nous n’avons pas de voiture.

ยกเว้นเมื่อใช้กับกริยา Etre เช่น Ce n’est pas du coton.



เมื่อมีเพศหญิงและเพศชายอยู่รวมกัน ให้ถือเป็นเพศชายพหูพจน์



Articles indéfinis Articles définis Articles partitifs

ชายเอกพจน์ un le du หรือ de l’

หญิงเอกพจน์ une la de la หรือ de l’

ชาย/หญิงพหูพจน์ des les des









ผู้เรียนจึงต้องใส่ใจที่จะจำกฎ เพราะถ้าจำกฎไม่ได้ การกระจายกริยาจะผิดไปจากธรรมชาติของภาษาทันที

คนที่เรียนภาษาฝรั่งเศสเพื่อที่จะประสบความสำเร็จจะต้องทุ่มเท สม่ำเสมอกับการเรียน และจะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน เนื่องจากคนฝรั่งเศสนิยมมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น สถิติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพบว่า ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นถึงกว่า 29% ดังนั้นภาษาฝรั่งเศสจึงเป็นภาษาที่มีอนาคตดีอีกภาษาหนึ่งทีเดียว

Wednesday, June 5, 2013

ขอแสดงความยินดีคุณได้คะแนนแล้ว

นักเรียนที่รัก


โปรดตรวจสอบรายชื่อผู้ส่งงาน ครั้งที่ 1

แนะนำตัว ชื่อ ชั้น เลขที่ (และอื่น ๆที่อยากจะให้ทราบ)

ม.4/7 ยังไม่มีใครแนะนำตัวมาเลย พี่ 5/7 และ6/7 บอกน้อง ๆด้วยนะคะ

มาดามรออยู่ คะแนนมันเยอะ

นางสาว อัจจิมา ใจใหม ชั้น ม. 6/7 ปีการศึกษา 2556

ชื่อ นางสาว มณีรัตน์ สบาย ชั้น ม.6/7 เลขที่ 16

je m' appelle maneerat sabai M.6/7 N. 16

สวัสดีค่ะ นางสาว ยลดา สนมศรี ปัจจุเลขที่ 15 ค่ะ ตอนนึ้อยู่ ม.6แล้วค่ะ

ชื่อนายณัฐณิชา ทรัพย์ประทุม ชั้นม.6/7 เลขที่ 6

สวัสดีค่ะมาดาม ดิฉันชื่อนางสาวธาราบุตร ภาคีมุข เลขที่ 10 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 แผนการเรียนอังกฤษ – ฝรั่งเศส นักเรียนโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

เปิดเทอมขึ้นมอหกเป็นปีสุดท้ายแล้วทุกคนในห้องเรียนให้ความช่วยเหลือกันดี

ตั้งใจเรียนทำงานส่งเพื่อจบไปได้เข้าคณะที่ตัวเองหวังและตั้งใจไว้

การเรียนทางinternetสนุกสนานและน่าเรียนมาก เพราะในห้องมีwindows8ให้ใช้ ทันสมัยมาก

Bonjour

Nom prattana sungsorn

Class M.6/7

No. 28

ชื่อนางสาวสุชานันท์ เรียนวัฒนา ชื่อเล่น มายด์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 เลขที่ 32

นางสาวจุฑามาศ สาดแฟง (พลอย) ชั้นม.6/7 เลขที่ 13

สวัสดีค่ะมาดาม ดิฉันชื่อ นางสาวพิชชาพร มีปิ่น ม.6/7 เลขที่29



Bonsoir !! Madame

Je m'appelle Prapawadee Poonperm

์๋J'ai 17 ans.

class 6/7

Bonjour!

Professeur Mme.Ruchira Saengkrod

Je m' appelle Banjawam Butsuea

no.11 class m.6/7

สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาว เบ็ญจวรรณ บุตรเสือ เลขที่11 ชั้นม.6/7

Bonjour นาย ทนงศักดิ์ วัฒนาวารีกุล ม.6/7 เลขที่ 5

Bonjour สวัสดีครับ

1.Je m'appelle Pongsatorn Rattanamongkolkul.

= ชื่อของกระผมชื่อ พงศธร รัตนมงคลกุล.

2.Quel est mon surnom "ming"= ชื่อเล่นของกระผมคือ มิ้ง

3.Apprises à l'école Thammasatkhlongluangwithayakhom.

= กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

4.Je suis en M.6/7 = เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7

5. No: 3 = เลขที่ 3

6.J´ai 18 ans. = กระผมอายุ 18 ปี

7.Je suis né le 18 Juin 2538 (1995).

= ผมเกิดวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2538 (ค.ศ.1995)

8.Je suis intéressé à apprendre le français parce que le français est la deuxième au monde après l'anglais.

= กระผมสนใจเรียนภาษาฝรั่งเศส เพราะ ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาที่มีใช้มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากภาษาอังกฤษ

9.Des sujets comme les études sociales, les apprenants de langue anglaise est la langue française.

= วิชาที่ผมชอบเรียน คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ ภาษาไทย

10.Je veux un futur gouvernement. = อนาคตผมอยากเป็น ข้าราชการ

Merci ขอบคุณครับ

แนะนำตัว Je m'appelle ChalineeThammalikhit ฉันชื่อชาลินี ธรรมลิขิต



- Je suis née le 13 février 1996. ฉันเกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539



- J'ai 17 ans. ฉันมีอายุ 17 ปี



- Il y a quatre personnes dans ma famille. มี 4 คน ในครอบครัวของฉัน



- J'aime le français etl'anglais. ฉันชอบภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ



- J'aimeaussi la musique pop etj'aime regarder la télévision. ฉันชอบเพลงป๊อบ และฉันก็ชอบดูโทรทัศน์



- Je voudrais être hôtesse de l'air parceque j'aime voyager. ฉันอยากเป็นแอร์โฮสเตสเพราะว่าฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว

-Je suis étudiant à l'école de ThammasatKlongluang.ฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง

-J’ habite à Taladthai. ฉันอยู่ที่ตลาดไท

Bonjour!je m'appelle nanthicha (oil) j'ai 18 ans

je suis étudiante a’ l’ école thammasatkhlongluangwittayakom je suis thailandaise

Bonjour ชื่อ นางสาวมณีรัตน์ สบาย ชั้น ม.6/7 เลขที่ 16

Je m' appelle Pathitta Sorasit.Mon nume'ro c'est 28



Je suis en 5/7

Bonjour madame



Je m'appelle Benjamat Prommanee Niveau secondaire 6/7

No.26

Bonjour madame.

Je m'apelle Areeya Namsrichat Niveau secondaire 6/7

No. 37

Bonjour !

สวัสดีค่ะ

Je suis un Thaïlandais. : ฉันเป็นคนไทยJe Prénom Jirapa. : ฉันชื่อ จิราภา Nom. Srinari : นามสกุล ศรีนารีClasse. : 6/7

No. : 22J'ai 17 ans. : ฉันอายุ 17 ปีÉtait de 53. : หนัก 53

H 161. : สูง 161 Je suis étudiante à l' école T.K. : ฉันศึกษาอยู่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

J'habite à Pathumtanee. : ฉันอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี

J'aime écouter de la musique. : ฉันรักการฟังเพลง

J'aime manger des fruits comme le mangoustan, l'orange. : ฉันชอบกินผลไม้่ เช่น มังคุด,ส้ม

Bonjour มาดาม แนะนำตัว ชื่อนาวาสวกฤติยาภรณ์ ขัดทะจันทร์ ม.6/7 เลขที่ 20

Monday, May 13, 2013

My summer vacations.

ในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนปีนี้ เป็นเวลาที่ได้พักผ่อน มีความสุขกับ การท่องเที่ยว กับเพื่อนที่สนิท ณ ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ในยุโรป ก็อดไม่ได้ที่นำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปพบและเที่ยวชมมาฝากนักเรียนทุกคน พร้อมภาพถ่าย ลองเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวให้ครบ ทั้ง 6 แห่งนะคะ รับรองว่าต้องอ่านเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลับไปนอนฝัน ได้เลยทีเดียวเชียว ไม่เชื่อ ต้องลอง ! เลือกอ่านได้ 3 ภาษา


ไทย English และ Français



la gondole



Aujourd’hui, la gondole n’est plus utilisée que par les touristes. 400 gondoliers ont un permis de navigation alors qu’on a estimé à 10 000 le nombre de gondoles au XVIe siècle

La gondole aujourd’hui utilisée à Venise est constituée de 280 morceaux de bois (chêne mélèze, noyer, cerisier, tilleul, cèdre et contreplaqué) et de deux pièces métalliques situées en proue et en poupe. L’embarcation mesure 10,80 mètres de long et 1,38 mètres de large pour un poids de 600 kilogrammes. Basse et légère pour être maniable, elle est propulsée par un seul rameur qui se tient debout à l’arrière gauche en ramant du côté droit, d’où l’asymétrie de la gondole, modification introduite au XIXe siècle. L’axe transversal est ainsi décalé vers la droite pour tenir compte du poids du gondolier tandis que le côté gauche est plus courbé afin de garder une trajectoire droite.



The gondola is a traditional, flat-bottomed Venetian rowing boat, well suited to the conditions of the Venetian lagoon. For centuries gondolas were the chief means of transportation and most common watercraft within Venice. In modern times the iconic boats still have a role in public transport in the city, serving as traghetti (ferries) over the Grand Canal. They are also used in special regattas (rowing races) held amongst gondoliers. The gondola is propelled like punting, except an oar is used instead of a pole.[1] Their primary role today, however, is to carry tourists on rides at fixed rates

เวนิส (อังกฤษ: Venice) หรือ เวเนเซีย (อิตาลี: Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี มีประชากร 271,663 คน (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2547) เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ มีผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้งเวนิส โดยมี 62,000 คนในบริเวณเมืองเก่า 176,000 คนในเทอร์ราเฟอร์มา (Terraferma) และ 31,000 คนในเกาะอื่นๆ ในทะเลสาบ