Friday, June 21, 2013

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเรียนภาษาฝรั่งเศส

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเรียนภาษาฝรั่งเศส




ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนไทยมากอีกภาษาหนึ่ง ทุกคนสามารถเรียนภาษาฝรั่งเศสได้ แต่ถ้าจะเรียนให้ได้ดีนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย คนที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศสให้ได้ดีนั้น ต้องมีความอดทน เพราะไวยากรณ์ภาษาฝรั่งเศสมีความซับซ้อน หากไม่ตั้งใจเรียนก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

เมื่อเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส ต้องรู้ว่า

1. ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มี 2 เพศ นอกจากจะต้องท่องคำศัพท์แล้วจะต้องท่องด้วยว่า คำ ๆ นั้นเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เช่น โต๊ะ = une table เป็นเพศหญิง เพศผิดจะมีผลต่อโครงสร้างประโยคด้วย

2. ภาษาฝรั่งเศสมีการกระจายกริยาตามประธานของประโยค เช่น v.être ที่แปลว่าเป็น อยู่ คือ มีรูปกริยาถึง 6 แบบที่ผันตามประธาน คือ

Je suis……..

tu es………..

il/elle est………….

nous sommes………….

vous êtes…………

ils/elles sont…………….

ประธาน

สรรพนามประธานในภาษาฝรั่งเศสมีทั้งหมด 9 ตัว

โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มบุรุษสรรพนาม



บุรุษที่ 1

Je ฉัน ผม ดิฉัน ฯลฯ แทนบุรุษที่ 1 เอกพจน์

Nous พวกเรา พวกผม พวกดิฉัน ฯลฯ แทนบุรุษที่ 1 พหูพจน์



บุรุษที่ 2

Tu เธอ คุณ เอกพจน์ ใช้กับคนคุ้นเคย คนในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่เกี่ยงเรื่องความแตกต่างของอายุ สนิทกันก็ใช้ได้



Vous บุรุษที่ 2 ตัวนี้มีการใช้ที่หลากหลาย เพราะสามารถหมายถึง

คุณ เอกพจน์ ใช้กับคนไม่คุ้นเคย หรือคนที่ต้องให้เกียรติ

พวกคุณ พหูพจน์ ใช้กับคนไม่คุ้นเคยหรือคนที่ต้องให้เกียรติ

พวกเธอ พหูพจน์ ใช้กับคนคุ้นเคย (พหูพจน์ของ Tu)



บุรุษที่ 3

il/elle เขาผู้ชายและเขาผู้หญิงเอกพจน์ มัน

ils/elles พวกเขาผู้ชายและพวกเขาผู้หญิงพหูพจน์ พวกมัน ถ้ามี

หญิงชายอยู่รวมกันถือเป็นเพศชายพหูพจน์ใช้ ils



นอกจากนี้ยังมี On ซึ่งมีความหมายกว้าง ไม่เจาะจงว่าประธานเป็นกลุ่มใด ส่วนใหญ่จะเหมารวมทั้งคนพูด คนฟังและคนอื่น ๆ ด้วยพร้อม ๆ กัน



เมื่อใช้ประธานตัวใดตัวหนึ่ง จะต้องกระจายกริยาให้ตรงกับประธานตัวนั้น ๆ ดังเช่น



กริยา ETRE



Je suis

Tu es

Il/elle/on est

Nous sommes

Vous êtes

Ils/elles sont



คำนามในภาษาฝรั่งเศสมี เพศและพจน์ คำนำหน้านาม จึงเปลี่ยนไปตามเพศและพจน์ของคำนามนั้น ทั้งเพศและพจน์มีผลต่อการสร้างประโยคมาก

คำนำหน้านาม 3 กลุ่มที่ต้องรู้จักคือ





1. Articles indéfinis คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ

un + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น un garçon

une + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น une fille

des + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des filles

ใช้เมื่อมีการกล่าวถึงคน สัตว์ หรือสิ่งของเป็นครั้งแรก



2. Articles définis คำนำหน้านามชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ

le + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น le garçon

la + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น la Lune

les + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น les filles



จงสังเกต

à+le ð au

à+la ð à la

à+les ð aux de+le ð du

de+la ð de la

de+les ð des



ใช้เมื่อเจาะจงชี้เฉพาะไม่ว่าคนสัตว์หรือสิ่งของ หรืออะไรก็ตามที่มีสิ่งเดียวในโลก เช่น le Soleil, la Lune เป็นต้น



3. Articles partitifs คำนำหน้านามที่ไม่สามารถกำหนดปริมาณได้แน่นอน นิยมใช้กับการกิน การซื้ออาหาร และนามที่เป็นนามธรรม ได้แก่

du + คำนามเพศชาย เช่น du pain

de la + คำนามเพศหญิง เช่น de la patience

de l’ + คำนามเพศชายหรือหญิงขึ้นต้นด้วยสระหรือ H muet เช่น de l’eau , de l’huile

des + นามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des légumes



Articles indéfinis และ articles partitifs จะเปลี่ยนเป็น de เมื่อเป็นประโยคปฏิเสธ เช่น

Nous avons une voiture. ð Nous n’avons pas de voiture.

ยกเว้นเมื่อใช้กับกริยา Etre เช่น Ce n’est pas du coton.



เมื่อมีเพศหญิงและเพศชายอยู่รวมกัน ให้ถือเป็นเพศชายพหูพจน์



Articles indéfinis Articles définis Articles partitifs

ชายเอกพจน์ un le du หรือ de l’

หญิงเอกพจน์ une la de la หรือ de l’

ชาย/หญิงพหูพจน์ des les des









ผู้เรียนจึงต้องใส่ใจที่จะจำกฎ เพราะถ้าจำกฎไม่ได้ การกระจายกริยาจะผิดไปจากธรรมชาติของภาษาทันที

คนที่เรียนภาษาฝรั่งเศสเพื่อที่จะประสบความสำเร็จจะต้องทุ่มเท สม่ำเสมอกับการเรียน และจะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน เนื่องจากคนฝรั่งเศสนิยมมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น สถิติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพบว่า ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นถึงกว่า 29% ดังนั้นภาษาฝรั่งเศสจึงเป็นภาษาที่มีอนาคตดีอีกภาษาหนึ่งทีเดียว

Wednesday, June 5, 2013

ขอแสดงความยินดีคุณได้คะแนนแล้ว

นักเรียนที่รัก


โปรดตรวจสอบรายชื่อผู้ส่งงาน ครั้งที่ 1

แนะนำตัว ชื่อ ชั้น เลขที่ (และอื่น ๆที่อยากจะให้ทราบ)

ม.4/7 ยังไม่มีใครแนะนำตัวมาเลย พี่ 5/7 และ6/7 บอกน้อง ๆด้วยนะคะ

มาดามรออยู่ คะแนนมันเยอะ

นางสาว อัจจิมา ใจใหม ชั้น ม. 6/7 ปีการศึกษา 2556

ชื่อ นางสาว มณีรัตน์ สบาย ชั้น ม.6/7 เลขที่ 16

je m' appelle maneerat sabai M.6/7 N. 16

สวัสดีค่ะ นางสาว ยลดา สนมศรี ปัจจุเลขที่ 15 ค่ะ ตอนนึ้อยู่ ม.6แล้วค่ะ

ชื่อนายณัฐณิชา ทรัพย์ประทุม ชั้นม.6/7 เลขที่ 6

สวัสดีค่ะมาดาม ดิฉันชื่อนางสาวธาราบุตร ภาคีมุข เลขที่ 10 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 แผนการเรียนอังกฤษ – ฝรั่งเศส นักเรียนโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

เปิดเทอมขึ้นมอหกเป็นปีสุดท้ายแล้วทุกคนในห้องเรียนให้ความช่วยเหลือกันดี

ตั้งใจเรียนทำงานส่งเพื่อจบไปได้เข้าคณะที่ตัวเองหวังและตั้งใจไว้

การเรียนทางinternetสนุกสนานและน่าเรียนมาก เพราะในห้องมีwindows8ให้ใช้ ทันสมัยมาก

Bonjour

Nom prattana sungsorn

Class M.6/7

No. 28

ชื่อนางสาวสุชานันท์ เรียนวัฒนา ชื่อเล่น มายด์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 เลขที่ 32

นางสาวจุฑามาศ สาดแฟง (พลอย) ชั้นม.6/7 เลขที่ 13

สวัสดีค่ะมาดาม ดิฉันชื่อ นางสาวพิชชาพร มีปิ่น ม.6/7 เลขที่29



Bonsoir !! Madame

Je m'appelle Prapawadee Poonperm

์๋J'ai 17 ans.

class 6/7

Bonjour!

Professeur Mme.Ruchira Saengkrod

Je m' appelle Banjawam Butsuea

no.11 class m.6/7

สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาว เบ็ญจวรรณ บุตรเสือ เลขที่11 ชั้นม.6/7

Bonjour นาย ทนงศักดิ์ วัฒนาวารีกุล ม.6/7 เลขที่ 5

Bonjour สวัสดีครับ

1.Je m'appelle Pongsatorn Rattanamongkolkul.

= ชื่อของกระผมชื่อ พงศธร รัตนมงคลกุล.

2.Quel est mon surnom "ming"= ชื่อเล่นของกระผมคือ มิ้ง

3.Apprises à l'école Thammasatkhlongluangwithayakhom.

= กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

4.Je suis en M.6/7 = เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7

5. No: 3 = เลขที่ 3

6.J´ai 18 ans. = กระผมอายุ 18 ปี

7.Je suis né le 18 Juin 2538 (1995).

= ผมเกิดวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2538 (ค.ศ.1995)

8.Je suis intéressé à apprendre le français parce que le français est la deuxième au monde après l'anglais.

= กระผมสนใจเรียนภาษาฝรั่งเศส เพราะ ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาที่มีใช้มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากภาษาอังกฤษ

9.Des sujets comme les études sociales, les apprenants de langue anglaise est la langue française.

= วิชาที่ผมชอบเรียน คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ ภาษาไทย

10.Je veux un futur gouvernement. = อนาคตผมอยากเป็น ข้าราชการ

Merci ขอบคุณครับ

แนะนำตัว Je m'appelle ChalineeThammalikhit ฉันชื่อชาลินี ธรรมลิขิต



- Je suis née le 13 février 1996. ฉันเกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539



- J'ai 17 ans. ฉันมีอายุ 17 ปี



- Il y a quatre personnes dans ma famille. มี 4 คน ในครอบครัวของฉัน



- J'aime le français etl'anglais. ฉันชอบภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ



- J'aimeaussi la musique pop etj'aime regarder la télévision. ฉันชอบเพลงป๊อบ และฉันก็ชอบดูโทรทัศน์



- Je voudrais être hôtesse de l'air parceque j'aime voyager. ฉันอยากเป็นแอร์โฮสเตสเพราะว่าฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว

-Je suis étudiant à l'école de ThammasatKlongluang.ฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง

-J’ habite à Taladthai. ฉันอยู่ที่ตลาดไท

Bonjour!je m'appelle nanthicha (oil) j'ai 18 ans

je suis étudiante a’ l’ école thammasatkhlongluangwittayakom je suis thailandaise

Bonjour ชื่อ นางสาวมณีรัตน์ สบาย ชั้น ม.6/7 เลขที่ 16

Je m' appelle Pathitta Sorasit.Mon nume'ro c'est 28



Je suis en 5/7

Bonjour madame



Je m'appelle Benjamat Prommanee Niveau secondaire 6/7

No.26

Bonjour madame.

Je m'apelle Areeya Namsrichat Niveau secondaire 6/7

No. 37

Bonjour !

สวัสดีค่ะ

Je suis un Thaïlandais. : ฉันเป็นคนไทยJe Prénom Jirapa. : ฉันชื่อ จิราภา Nom. Srinari : นามสกุล ศรีนารีClasse. : 6/7

No. : 22J'ai 17 ans. : ฉันอายุ 17 ปีÉtait de 53. : หนัก 53

H 161. : สูง 161 Je suis étudiante à l' école T.K. : ฉันศึกษาอยู่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม

J'habite à Pathumtanee. : ฉันอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี

J'aime écouter de la musique. : ฉันรักการฟังเพลง

J'aime manger des fruits comme le mangoustan, l'orange. : ฉันชอบกินผลไม้่ เช่น มังคุด,ส้ม

Bonjour มาดาม แนะนำตัว ชื่อนาวาสวกฤติยาภรณ์ ขัดทะจันทร์ ม.6/7 เลขที่ 20

Monday, May 13, 2013

My summer vacations.

ในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนปีนี้ เป็นเวลาที่ได้พักผ่อน มีความสุขกับ การท่องเที่ยว กับเพื่อนที่สนิท ณ ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ในยุโรป ก็อดไม่ได้ที่นำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปพบและเที่ยวชมมาฝากนักเรียนทุกคน พร้อมภาพถ่าย ลองเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวให้ครบ ทั้ง 6 แห่งนะคะ รับรองว่าต้องอ่านเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลับไปนอนฝัน ได้เลยทีเดียวเชียว ไม่เชื่อ ต้องลอง ! เลือกอ่านได้ 3 ภาษา


ไทย English และ Français



la gondole



Aujourd’hui, la gondole n’est plus utilisée que par les touristes. 400 gondoliers ont un permis de navigation alors qu’on a estimé à 10 000 le nombre de gondoles au XVIe siècle

La gondole aujourd’hui utilisée à Venise est constituée de 280 morceaux de bois (chêne mélèze, noyer, cerisier, tilleul, cèdre et contreplaqué) et de deux pièces métalliques situées en proue et en poupe. L’embarcation mesure 10,80 mètres de long et 1,38 mètres de large pour un poids de 600 kilogrammes. Basse et légère pour être maniable, elle est propulsée par un seul rameur qui se tient debout à l’arrière gauche en ramant du côté droit, d’où l’asymétrie de la gondole, modification introduite au XIXe siècle. L’axe transversal est ainsi décalé vers la droite pour tenir compte du poids du gondolier tandis que le côté gauche est plus courbé afin de garder une trajectoire droite.



The gondola is a traditional, flat-bottomed Venetian rowing boat, well suited to the conditions of the Venetian lagoon. For centuries gondolas were the chief means of transportation and most common watercraft within Venice. In modern times the iconic boats still have a role in public transport in the city, serving as traghetti (ferries) over the Grand Canal. They are also used in special regattas (rowing races) held amongst gondoliers. The gondola is propelled like punting, except an oar is used instead of a pole.[1] Their primary role today, however, is to carry tourists on rides at fixed rates

เวนิส (อังกฤษ: Venice) หรือ เวเนเซีย (อิตาลี: Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี มีประชากร 271,663 คน (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2547) เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ มีผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้งเวนิส โดยมี 62,000 คนในบริเวณเมืองเก่า 176,000 คนในเทอร์ราเฟอร์มา (Terraferma) และ 31,000 คนในเกาะอื่นๆ ในทะเลสาบ

Saturday, January 5, 2013

มาเที่ยว ปารีส กันเถอะ Bienvenue à Paris

Let’s go to Paris มาดามพาเที่ยวปารีส Bienvenue à Paris ข้อมูลทั่วไป ของฝรั่งเศส
เส้นทางยอดนิยมท่องเที่ยวฝรั่งเศส ที่ตั้ง: ประเทศฝรั่งเศส หรือ สาธารณรัฐฝรั่งเศส (République Française) เป็นประเทศที่มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ทั้งยังประกอบไปด้วยเกาะและดินแดนอื่นๆ ที่อยู่ในทวีปต่างๆ ประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ทอดตัว ตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ และจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม (L'Hexagone) เนื่องจากรูปทรงทางกายภาพของประเทศคล้ายรูปหกเหลี่ยมนั้นเอง ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี โดยยึดอุดมการณ์จากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และของพลเมือง เมืองหลวง: ปารีส ภาษา/ประชากร: ประชากรของประเทศฝรั่งเศสนั้นมีประมาณ 64.5 ล้านคน โดยเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 19 ของโลก ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส และมีภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางราชการ คนฝรั่งเศสส่วนมากจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งอาจทำให้การติดต่อสื่อสารของนักท่องเที่ยวเป็นไปได้ยาก ภูมิอากาศ: ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรปตั้งอยู่ระหว่าง 41° and 50° เหนือ บนขอบทวีปยุโรปตะวันตกและตั้งอยู่ในภูมิอากาศเขตอบอุ่นเหนือ ทางภาคเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีสภาพภูมิอากาศเขตอบอุ่น แต่กระนั้นภูมิประเทศและทะเลก็มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศเหมือนกัน ละติจูด ลองจิจูดและความสูง เหนือระดับน้ำทะเลทำให้ประเทศฝรั่งเศสมีภูมิอากาศแบบคละอีกด้วย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ภาคตะวันตกส่วนมากจะมีปริมาณน้ำฝนสูง ฤดูหนาวไม่มากและฤดูร้อนเย็นสบาย ภายในประเทศภูมิอากาศจะเปลี่ยนไปทางภาคพื้นทวีปยุโรป อากาศร้อน มีมรสุมในฤดูร้อน ฤดูหนาวหนาวกว่าเดิมและมีฝนตกน้อย ส่วนภูมิอากาศเทือกเขาแอลป์และแถบบริเวณเทือกเขาอื่นๆ ส่วนมากมักจะมีภูมิอากาศแถบเทือกเขา ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งกว่า 150 วันต่อปีและปกคลุมด้วยหิมะกว่า 6 เดือน Daylight Savings time ตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม เวลาในฝรั่งเศสจะเปลี่ยนจาก GMT+1 เป็น GMT+2 (ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ) โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เวลา 02.00 น. ใช้เวลา GMT+2 และตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ สุดท้ายของเดือนตุลาคม เวลา 03.00 น. ใช้เวลา GMT+1 การเดินทาง ใน ฝรั่งเศส ทางรถยนต์ ถนนหนทางใน ฝรั่งเศสมีสภาพดีเยี่ยมและโยงใยเป็นเครือข่าย คิดเป็นระยะทางรวมกันได้เกือบ 1 ล้านกิโลเมตร ช่วงเวลาที่การ จราจรมีปัญหามากที่สุด คือ 7.30 น. ถึง 9.00 น. และ 17.30 น. ถึง 19.30 น. ในวันทำการปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนรอบเมืองใหญ่ๆ และในใจกลางเมืองทุกแห่ง นอกจากนี้วันแรกๆ ของการปิดภาคเรียนหรือช่วงพักร้อนประจำปี การจราจรจะติดขัดมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามจุดสำคัญๆ เช่น บนถนนสายที่จะออกนอกเมือง หรือตามด่านเก็บค่าผ่านทาง การจอดรถในที่ต่างๆ ที่ฝรั่งเศสนั้นจะมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดและต้องเสียค่าจอดรถเป็นส่วนใหญ่ สถานที่ที่อนุญาตให้จอดได้จะต้องมีสัญลักษณ์แสดงอยู่ที่พื้นถนน เป็นเส้นประสีขาว และจะต้องหยอดเงินและรับตั๋วที่ตู้เก็บค่าจอดรถอัตโนมัติทุกครั้ง ทุกเมืองจะมีที่จอดรถที่สามารถจอดรถและใช้ระบบขนส่งมวลชนต่อได้ ทางเครื่องบิน เป็นวิธีการเดินทางระหว่างเมืองที่รวดเร็วที่สุด (เมืองที่ มีเครื่องบินให้บริการนั้น จะต้องมีระยะทางที่ห่างกันเพียงพอต่อจุดคุ้มทุนสำหรับสายการบิน)แอร์ฟรานซ์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ มีเที่ยวบินเชื่อมระหว่างปารีสกับเมืองสำคัญต่างๆ ในฝรั่งเศส โดยใช้เวลาบินแต่ละเส้นทางเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินระหว่างเมืองต่างๆ ในส่วนภูมิภาคโดยไม่ต้องผ่านปารีสอีกด้วย ทางรถไฟ รถไฟเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายรวดเร็วและเป็นที่นิยม อย่างมากในฝรั่งเศส เครือข่ายเส้นทางรถไฟของฝรั่งเศสครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางแทบทุกจุด (โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหากเดินทางไปจากปารีส) การติดต่อระหว่างเมืองต่างๆ รวดเร็วและปลอดภัยด้วยบริการของรถไฟความเร็วสูง หรือรถด่วนพิเศษระหว่างเมือง * รถไฟความเร็วสูง รถไฟ TGV เป็นผล งานความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ฝรั่งเศสภาคภูมิใจด้วยสมรรถนะความเร็วที่สูง ถึง 300 กม./ชม. ดังนั้นการเดินทางโดย TGV นอกจากจะปลอดภัย ตรงเวลาและสะดวกสบายแล้ว ยังสามารถประหยัดเวลาเดินทางจากปารีสไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ของฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี เช่น จากปารีสไปเมืองลิลภายในเวลา 1 ชั่วโมง ไปมาร์เซยย์หรือบอร์โดภายใน 3 ชั่วโมง ไปแรนน์ภายใน 2 ชั่วโมง... แต่ที่สำคัญคือคุณต้องจองที่นั่งล่วงหน้าเสมอ ถึงแม้ว่าจะมาถึงสถานีรถไฟก่อนออกเดินทางเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม * ข้อควรทราบ ก่อนขึ้นรถไฟ ฝรั่งเศส คุณจะต้องนำตั๋วรถไฟไปตอกลงตราที่เครื่องอัตโนมัติ (เป็นตู้สี ส้มที่ตั้งอยู่ก่อนเข้าไปยังชานชาลารถไฟ) หากคุณรีบจนตอกตั๋วไม่ทันก่อนขึ้นขบวนรถ คุณจะต้องแจ้งให้นายตรวจที่ประจำอยู่บนขบวนรถไฟทราบโดยทันที มิฉะนั้นคุณจะต้องถูกปรับในภายหลัง * ขนส่งมวลชน นอกเหนือจากรถ เมล์ประจำทางที่วิ่งขนส่งผู้โดยสารอยู่แทบทุกเมืองแล้ว บางแห่งยังมีรถไฟใต้ดินหรือรถรางให้บริการเสริม โดยจะรับส่งผู้โดยสารจากแถบชานเมืองเข้าสู่ใจกลายเมืองแต่ละแห่ง จึงเป็นวิธีที่รวดเร็วและประหยัดที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชม เมืองต่างๆ ให้ทั่วโดยไม่ต้องเหนื่อยแรง สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ ฝรั่งเศส Château de Versailles พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังที่สวยงาม สร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มีนายช่างสถาปนิก อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) ใช้เวลาในการสร้างอยู่นานถึง 30 ปี จึงแล้วเสร็จ สิ้นเงินค่าสร้าง 500,000,000 ฟรังก์ ใช้คนงาน 30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างและศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามมาก ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ห้องทรงพระอักษร ห้องโถง ห้องออกว่าราชการ ฯลฯ แต่ละห้องมีเครื่องประดับมีค่ามากมาย ทั้งวัตถุ และ ภาพเขียนศิลปะที่มีชื่อเสียง ห้องที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ ห้องกระจกที่เคยใช้ลงนาม เซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตร กับเยอรมัน ในคราวมสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นที่ใช้ลงนามในครั้งเมื่อเยอรมันบุกตีชนะฝรั่งเศส ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ในการทำสงครามใหญ่ทุกครั้งฝรั่งเศส จะต้องประกาศให้ปารีสเป็นเมืองปลอดทหารคือ ไม่มีทหารตั้งอยู่ ไม่มีการต่อสู้ใด ๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาไม่ให้พระราชวังแห่งนี้ ต้องได้รับความเสียหายจากการโจมตี ของข้าศึก ปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมมีค่าที่สุดของฝรั่งเศส และโลก ที่มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามไม่น้อยกว่า 1,000,000 คน ต่อปี Arc de triomphe de l'Étoile Arc de triomphe de l'Étoile ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ไปยังชานเมืองปารีส ประตูชัยแห่งนี้ออกแบบโดยฌอง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ประตูชัยฝรั่งเศสมีความสูง 49.5 เมตร (165 ฟุต) กว้าง 45 เมตร (148 ฟุต) และลึก 22 เมตร (72 ฟุต) เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แบบของประตูชัยฝรั่งเศสนี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไททัส (สร้างในสมัย จักรวรรดิโรมัน ตั้งอยู่ที่เมืองโรม ประเทศ อิตาลี) Avenue des Champs-Élysées แอวะนู เดส์ ชองป์ส เอลิเซ่ เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่ง อย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ "ชองป์ส เอลิเซ่ส์" มาจากคำว่า "ทุ่งเอลิเซียม" จากเทพปกรณัมกรีก ในภาษาฝรั่งเศส ชองป์ส เอลิเซ่ส์ ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย ชองป์ส เอลิเซ่ส์ แต่เดิมเป็นท้องทุ่งและสวนเหมือนในชนบท จนกระทั่งปี ค.ศ. 1616 เมื่อพระนาง มารี เดอ เมดิชิ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งฝรั่งเศส ได้ทรงขยายพื้นที่บริเวณสวนหย่อมของพระราชวังตุยเลอ รีส์ (Palais des Tuileries) เป็นถนนที่มีต้นไม้สองข้างทาง ในปี ค.ศ. 1724 ได้รับการขยายไปเชื่อมกับจัตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l'Étoile, ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น จัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ที่เป็นที่ตั้งของประตูชัยฝรั่งเศส) Cathédrale Notre Dame de Paris มหาวิหารโนตเรอดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris, กาเตดราลโนตเรอดามเดอปารี) เป็นมหาวิหารในสมัยกอธิค ( Gothic ) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame ในชื่อของมหาวิหารนั้นแปลว่า "Our Lady" หรือ ก็คือ พระแม่มารีนั้นเอง ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังใช้เป็นวัดของนิกายโรมันคาทอลิกและ เป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส มหาวิหารนอเทรอดามถือกันว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในสิ่งก่อสร้าง ยุคกอธิคแบบฝรั่งเศส วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแชน วียอเลต์-เลอ-ดุค ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอธิคเป็นมหาวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอธิค ปฏิมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ (Naturalism) ทำให้แตกต่างจาก ศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น นอเทรอดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ "กำแพงค้ำยันแบบปีกนก" ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบมหาวิหาร "บริเวณร้องเพลงสวด" หรือ รอบทางเดินกลางของตัววัด เมื่อเริ่มสร้างกำแพงวัดสูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อ สร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอธิคจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไปกำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนักและความกดดันของกำแพงและ หลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติม "กำแพงค้ำยัน" ที่กางออกไปคล้ายปีกนกด้านนอกตัววัด เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้หนุนหรือค้ำกำแพงตัววัดเอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังกลายเป็นเครื่องตกแต่ง ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างมีความสวยงามขึ้น ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของวัดที่สร้างแบบกอธิค ไปด้วยในตัว ราวปี ค.ศ. 1790 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสวัดก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย Bateaux Mouches บาโต มูช คือการล่องเรือเพื่อเที่ยวชมเมืองปารีส ของฝรั่งเศส ซึ่งจะล่องน้ำไปตามแม่น้ำแซนเพื่อชมเมืองปารีสโดยรอบ คำว่า บาโต มูช ( Bateaux Mouches ) นั้นเป็นคำที่มาจากชื่อเครื่องหมายทางการค่า ของ คอมปานี เดส บาโต มูช ( Compagnie des Bateaux Mouches ) ซึ่งเป็นผู้ที่ในการบริการล่องเรือในกรุงปารีส คำว่า บาโต มูช ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เรือแมลงวัน ซึ่งเป็นการใช้คำที่เข้าใจผิด อันที่จริงแล้ว เป็นการนำคำมาจากสถานที่ที่สร้างเรือ คือ บริเวร ย่านมูช ( Mouche ) ใน เมืองริยง ( Lyon ) เรือที่นำเที่ยวนี้เป็นที่นิยมมากใน ปารีส เรือมีที่นั้งเยอะและจะมีบริเวณที่เปิดและปิดหลังคาให้เลือกนั่งได้ ใช้เวลาในการชมเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งหลายๆ บริษัทมีการให้บริการอาหารกลางวัน รวมไปถึงอาหารเย็นบนเรืออีกด้วย เนื่องจากแม่น้ำแซนตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่อย่าง ปารีส ทำให้การล่องเรือไปตามแม่น้ำนั้นได้พบกับสถานที่ที่สวยงามมากมายที่อยู่ในปารีส เช่น หอไอเฟล, มหาวิหารนอร์ทเทอดาม, สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 และ พิพิธภัณฑ์ลูฟ เป็นต้น ดังนั้น การมาล่องเรือ บาโต มูช เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งสำหรับคนที่มาเที่ยวฝรั่งเศส จะต้องแวะเวียนมา Obélisque de Louxor โอเบริกส์แห่งลักซอร์ ( The Luxor Obelish ) เป็นโอเบลิกส์ศิลปะอียิปต์โบราณตั้งอยู่ตรงกลางของจตุรัส คองคอร์ด ( Place de la Concorde) ซึ่งแต่เดิมแล้ว มันตั้งอยู่ที่ทางเข้าของวัดลักซอร์ ( Luxor Temple ) ในประเทศ อียิปต์ สร้างจากหินแกรนิตสีแดงทั้งก้อน มีความสูงถึง 23 เมตร หนัก 250 ตัน ตัวโอเบริกส์ตกแต่งด้วยรูป ฮีโรกลีฟิก เพื่อเป็นการสรรเสริญประเกียจติ์ ฟาโร รามเสสที่ 2 ในสมัย อียิปต์โบราณ Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่า ระดับโลกเป็นจำนวนมาก เช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่ง Antioch พิพิธภัณฑ์ลูฟ นั้นต้อนรับนักเที่ยวที่มาเที่ยวฝรั่งเศส โดยเฉพาะปารีส กว่า 8,000,000 คนต่อปี โดยพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน La Tour Eiffel หอไอเฟล (ฝรั่งเศส: Tour Eiffel, ตูร์แอฟแฟล; อังกฤษ: Eiffel Tower) หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนถนนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย โดยตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ "กุสตาฟ ไอเฟล" ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวมาชมกว่า 6,000,000 คน และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลมีความสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) (รวมเสาอากาศสูง 24 เมตร (79 ฟุต)) ซึ่งก็สูงเท่ากับตึก 81 ชั้น เมื่อหอไอเฟลสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) หอไอเฟลกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแทนที่อนุสาวรีย์ วอชิงตัน และได้ครองตำแหน่งนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) ก็ได้เสียตำแหน่งให้แก่ตึกไครส์เลอร์ (319 เมตร หรือ 1,047 ฟุต) น้ำหนักเหล็กที่ใช้ก่อสร้างนั้นทั้งหมด 7,300 ตัน และถ้ารวมทั้งหมดก็เป็น 10,000 ตัน ส่วนจำนวนบันไดนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด เมื่อแรกเริ่มนั้นมี 1710 ขั้น ในทศวรรษที่ 1980 มี 1920 ขั้น และในปัจจุบัน มี 1665 ขั้น

Friday, December 21, 2012

อวยพรปีใหม่ 2013

Joyeux Noël et Bonne Année 2013 Merry Xmas and Happy New year 2013
Voeux* Meilleurs Souhaits de Joyeux Noël et Bonne et Heureuse Année Meilleurs Voeux! * Que la paix et la joie de cette Fête soient avec vous tous les jours de l'Année nouvelle! Meilleurs Voeux! * Que ce Joyeux Noël soit l'aube d'une année de bonheur. Joyeux Noël * Que le bonheur soit avec vous pendant Noël et pour toujours! * Que la joie soit avec vous pendant Noël et pour toujours! Que la paix et la joie de Noël vivent en vos coeurs pendant toute l'année * Meilleurs voeux À l'occasion du temps des fêtes, rien n'est plus agréable que de festoyer avec ceux qu'on aime. Beaucoup de bonheur, de douceur et de sérénité pour la Nouvelle Année.* Joyeux Noël! Que l'esprit de Noël soit avec vous aujourd'hui et tout au cours de la Nouvelle Année. * Joyeux Noël! Que la paix et la promesse de Noël vous remplissent le coeur de joie * Joyeux Noël Bonne et Heureuse Année! Profitant de Noël, à l'aube d'une année nouvelle, nous voulons vous souhaiter santé, bonheur et prospérité! *
Wishes For Christmas * • Wish you a Merry Christmas and may this festival bring abundant joy and happiness in your life! • May this Christmas be so special that you never ever feel lonely again and be surrounded by loved ones throughout! • You are special, you are unique; may your Christmas be also as special and unique as you are! Merry Christmas! • Here's wishing you all the joys of the season. Wish you and your family a Merry Christmas! • May joy and happiness snow on you, may the bells jingle for you and may Santa be extra good to you! Merry Christmas! • May this Christmas be bright and cheerful and may the New Year begin on a prosperous note! • Love, Peace and Joy came down on earth on Christmas day to make you happy and cheerful. May Christmas spread cheer in your lives! • Sending the warmest Christmas wishes to you and your family. May God shower his choicest blessings on you and your family this Christmas! • May all your days be merry and bright and may your Christmas be white! Merry Christmas! • It is that time of the year again, when you are thankful for everything merry and bright. May this Christmas be a delight! Wishing you a Merry Christmas! • May Christ bless you with all the happiness and success you deserve! Merry Xmas! • I am dreaming of white Christmas, with every Christmas card I write, May your days be merry and bright, and May all your Christmases be white. Merry Christmas. • May your world be filled with warmth and good cheer this Holy season, and throughout the year! Wish your Christmas be filled with peace and love. Merry Xmas. • May the good times and treasures of the present become the golden memories of tomorrow. Wish you lots of love, joy and happiness. MERRY CHRISTMAS.

Saturday, December 1, 2012

Long live the King & Vive le Roi

Le Roi Rama IX Bhumibol Adulyadej (en thaï : ภูมิพลอดุลยเดช), né le 5 décembre 1927, couronné en 1950 sous le nom dynastique de Rama IX, est l'actuel roi de Thaïlande. Souverain constitutionnel, il est chef de l'État et protecteur des religions de Thaïlande. Il est aussi le plus ancien chef d'État en exercice actuellement. Dynastie : Chakri Nom de naissance : Maha Chakri Bhumibol Adulyadej Date de naissance : 5 décembre 1927 (85 ans) Lieu de naissance : Cambridge (États-Unis) Père : Mahidol Adulyadej, prince de Songkla Mère : Srinagarindra Conjoint : Sirikit Kitiyakara Enfants : Princesse Ubol Ratana Rajakanya Prince Maha Chakri Vajiralongkorn Princesse Maha Chakri Sirindhorn Princesse Chulabhorn Walailak
Biography of His Majesty King Bhumibol Adulyadej His Majesty the King was born on Monday the 5th of December 1927, at Mount Auburn Hospital, in Cambridge, Massachusetts, U.S.A., being the third and youngest child of Their Royal Highnesses Prince and Princess Mahidol of Songkla. His Majesty attended the Ecole Nouvelle de la Suisse Romande, Chailly sur Lausanne. Later on he moved to the Gymnase Classique Cantonal of Lausanne from where he received his Bachelier es lettres diploma. He then chose to enter Lausanne University to study science, but the sudden death of his elder brother, King Ananda Mahidol, in Bangkok on the 9th of June, 1946, changed the course of his life completely, for the Law of Succession bestowed on him the arduous but challenging function of the Thai Crown. The Government on behalf of the people came to ask the Princess Mother for her other son to be their King. As he had not finished his education, His Majesty decided to go back to Switzerland for another period of study, but this time in the subject of Political Science and Law in order to equip himself with the proper knowledge for government. Following the completion of his education in Switzerland in the early 1950s, His Majesty returned home to Thailand. In the years following, he began what has become his way of life - traveling throughout the year to the provinces and rural areas of the kingdom to visit his people, talk to them and, perhaps even more important, listen to them. He learns first hand of their needs and their problems and then sets about trying to find a way of giving immediate help; later these problems are studied in depth to find a permanent solution or way of assistance.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธย เป็นสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น ( MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ ( MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ ครั้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมาพุเพียง 19 พรรษา เท่านั้น ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนารทนเรนทร และพระยามานวราชเทวี เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่ออีกอย่างหนี้ด้วย ทรงเสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์แทนสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี มีพระโอรสและพระราชธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 ต่อมาได้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับชาวต่างชาติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ประสูติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ต่อมาได้นับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาราช สยามมงกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2500 พระราชกรณียกิจ ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกระฉับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎร ในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจน ลำเค็ญ และด้อยโอกาส ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ปัญหาตลอดมาตราบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยที่รอยพระบาทได้ประทับลง ได้ทรงขจัดทุกข์ยากนำความผาสุกและทรงยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร ให้ดีขึ้นด้วยพระบุญญาธิการ และพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฏรและเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรงขจัดปัญหาทุกข์ยากของ ประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร อุทกภัยและปัญหาน้ำเน่าเสีย ในปัจจุบัน ได้ทรงริเริ่มโครงการการช่วยสงเคราะห์และอนุรักษ์ช้างของไทยอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริเพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปถพี ประดุจน้ำทิพย์มนต์ ชโลมแผ่นดินแล้งร้าง ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนปัจจุบันนานกว่า 53 ปี แล้ว แม้ในยามประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ “ เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ ทฤษฎีใหม่” ให้ราษฎรได้พึ่งตนเอง ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพ ซึ่งราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในปัจจุบัน พระอัจฉริยภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานความรักอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ พระราชภารกิจอันหนักเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก จึงทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯถวายปริญญากิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ทุกสาขาวิชาการ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทยและต่างประเทศนำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรีในออสเตรเลีย ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์แด่พระองค์ นอกจากนั้นยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาชีเกมส์ทรงได้รับยกย่องเป็น “ อัครศิลปิน” ของชาตินอกจากทรงพระปรีชาสามารถด้านดนตรีแล้ว ยังทรงสร้างสรรค์งานจิตกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่น ทรงพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง ติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่อง ชาดก พระมหาชนก พระราชทานคติธรรมในการดำรงชีวิตด้วยความวิริยอุตสาหะ อดทน จนพบความสำเร็จ แก่พสกนิกรทั้งปวง

Friday, November 16, 2012

Sport Day

Journée du sport scolaire Sport Day กีฬาสีโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม
Entre le 20-23 novembre 2012 c’est le moment du sport scolaire. Week of sport Day all students love to join it. หลังจบการแข่งขันแล้ว พวกเรามาทำใบงานที่ 2 กันนะ